บริติช เคานซิล คือองค์กรนานาชาติเพื่อส่งเสริมโอกาสทางการศึกษา ศิลปะ และวัฒนธรรมแห่งสหราชอาณาจักร เราสร้างสรรค์องค์ความรู้และความเข้าใจอันดีระหว่างผู้คนของสหราชอาณาจักรและประเทศอื่น ๆ  โดยการสร้างประโยชน์ระหว่างสหราชอาณาจักรและประเทศที่เราทำงานด้วย เพื่อเปลี่ยนแปลงชีวิตผู้คนให้ดีขึ้นโดยการสร้างโอกาส สร้างเครือข่าย และสร้างความไว้วางใจระหว่างกัน

เราทำงานกับประเทศต่าง ๆ กว่า 100 ประเทศทั่วโลกผ่านงานด้านศิลปะ วัฒนธรรม ภาษาอังกฤษ การศึกษา และภาคประชาสังคม ในแต่ละปีเราสื่อสารกับผู้คนโดยตรงมากกว่า 20 ล้านคน และสื่อสารผ่านช่องทางออนไลน์ สื่อวิทยุโทรทัศน์และสิ่งพิมพ์ กับผู้คนกว่า 500 ล้านคน

บริติช เคานซิล ก่อตั้งในปี พ.ศ. 2477 ภายใต้พระบรมราชานุญาตและพระราชบัญญัติองค์การอิสระแห่ง สหราชอาณาจักร รายได้ส่วนใหญ่มาจากการดำเนินโครงการต่าง ๆ  รวมถึงงานด้านการสอนภาษาอังกฤษ การจัดสอบ การพัฒนาการศึกษา และโครงการความร่วมมือกับองค์กรภาครัฐและเอกชน ส่วนที่เหลือร้อยละ 18 มาจากเงินสนับสนุนโดยรัฐบาลแห่งสหราชอาณาจักร

บริติช เคานซิลก่อตั้งขึ้นในประเทศไทยเมื่อปี พ.ศ. 2495 และขยายสาขาเป็น 6 สาขาในประเทศไทย ประกอบด้วย 5 สาขาในกรุงเทพมหานครและ 1 สาขาในเชียงใหม่ เรามุ่งมั่นในพันธกิจของเราในการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างไทยและสหราชอาณาจักรและสร้างโอกาสแก่ผู้คน ผ่านงานด้านภาษาอังกฤษ การศึกษา การสอบ ศิลปะและสังคม

TO BE ADDED

งานของเรา

เราเป็นองค์กรส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศ ซึ่งมีพันธกิจ คือ การพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างไทยและสหราชอาณาจักรผ่านงานด้านภาษาอังกฤษ การศึกษา บริการการสอบ ศิลปะและสังคม

ประวัติองค์กร

บริติช เคานซิลเข้ามามีบทบาทส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างไทยและสหราชอาณาจักรตั้งแต่ปี พ.ศ. 2481 จนถึงปัจจุบัน เรายังคงยึดถืออุดมการณ์และเป้าหมายต่างๆ ตามเดิมไม่เปลี่ยนแปลง

Equality, Diversity and Inclusion in the British Council

การส่งเสริมการยอมรับความแตกต่างและอยู่ร่วมกันอย่างเท่าเทียม

เพื่อเชื่อมโยงผู้คน และเสริมสร้างความเชื่อมั่นกับประเทศอื่นๆ ทั่วโลก การดำเนินงานที่คำนึงถึงความหลากหลายของผู้คนอย่างมีประสิทธิภาพจึงเป็นส่วนสำคัญของเรา

Child protection

นโยบายคุ้มครองสิทธิเด็ก

บริติช เคานซิล เป็ นองค์สากลที่มุ่งเน้นส่งเสริมการสร้ างโอกาสเพื่อชาวอังกฤษและชาติอื่นๆทั่วโลกเราเชื่อว่านโยบาย คุ้มครองสิทธิเด็กที่ดีจะทำให้ทุกคนเล็งเห็นถึงความรับผิดชอบของตนต่อสังคมเราตระหนักเสมอว่าการเอาใจใส่และสวัสดิ ภาพของเด็กมีความสำคัญสูงสุดเพราะเด็กทุกคนต้องได้รับสิทธิในการคุ้มครองอย่างเท่าเทียมจากการถูกทำร้ ายทั้งทางร่างกายและจิตใจ