เจาะลึกรูปแบบคำถามประเภท Agree or Disagree ใน IELTS Writing Task 2

กลับมาเจอกันอีกครั้งสำหรับแฟนๆบริติช เคานซิล ที่ตามอ่านบทความดีๆของเราที่จะคอยให้ความรู้ เทคนิค พร้อมทั้งทิปดีๆ สำหรับการเตรียมตัวสอบ IELTS จากครั้งที่แล้วเพื่อนๆก็พอจะทราบถึงรายละเอียดของ Writing Task 2 กันไปในเบื้องต้นแล้วนะคะว่าหลักๆ แล้วมีทั้งหมดอยู่ 5 รูปแบบไม่ว่าจะเป็น Agree or Disagree, Advantages Out Weight Disadvantages, Discuss Two Viewpoints, Causes / Problems and Effects and Solutions และ Direct question ซึ่งทั้ง 5 รูปแบบนี้จะมีลักษณะเฉพาะของคำถามที่ชัดเจน โดยผู้สอบควรจะต้องตอบคำถามตามที่โจทย์ถามเพื่อให้ได้คะแนนในส่วนของ Task Achievement ตาม criteria ที่กำหนดค่ะ (เพื่อนๆสามารถ Download ตารางที่อธิบาย criteria การให้คะแนนตั้งแต่ band 0 ถึง band 9 สำหรับแต่ละ Part ของการสอบ IELTS ตาม Link ของ บริติช เคานซิล ที่นี่ค่ะ: http://takeielts.britishcouncil.org/find-out-about-results/ielts-assessment-criteria) ดังนั้นบริติช เคานซิลจะมาเจาะลึกถึงลักษณะของคำถามรูปแบบต่างๆกันค่ะ ซึ่งในตอนนี้เราจะพูดถึงรูปแบบของ Agree or Disagree ตัวอย่างคำถามที่เกี่ยวกับรูปแบบนี้

A person’s worth nowadays seems to be judged according to social status and material possessions. Old-fashioned values, such as honour, kindness and trust, no longer seem important. To what extent do you agree or disagree with this opinion?

จากข้างต้นเราพบว่าโจทย์กำหนดข้อความมาให้ 2 ข้อความที่ตรงกันข้ามกัน คือ

1. A person’s worth seems to be judged according to social status and material possessions.

2. Old-fashioned values, such as honour, kindness and trust, no longer seem important.

โจทย์นั้นกล่าวว่า “ในปัจจุบันคุณค่าของคนดูเหมือนว่าจะถูกพิจารณาจากสถานะทางสังคมและทรัพย์สมบัติที่มี ทั้งนี้การวัดคุณค่าแบบอดีตที่พิจารณาจากเกียรติยศ ความดี ความไว้วางใจนั้นดูจะไม่สำคัญอีกต่อไป” โดยโจทย์กำหนดให้ผู้สอบแสดงความคิดเห็นว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยอย่างไรกับข้อความเหล่านี้

ทั้งนี้ ก่อนที่เราจะไปอธิบายถึงโจทย์ตัวอย่าง เราจะขออธิบายถึงคำถามที่ถามว่า “To what extent..” กันก่อน บ่อยครั้งที่ผู้สอบ IELTS ในส่วนของ Writing part นั้นไม่เข้าใจว่าคำถามในลักษณะนี้ผู้สอบเองจะต้องตอบคำถามอย่างไร ทั้งนี้ โจทย์คำถามในลักษณะแบบนี้ผู้สอบสามารถให้น้ำหนักของการเห็นด้วย (agree) หรือไม่เห็นด้วย (disagree) ได้ยกตัวอย่างเช่น ผู้สอบสามารถตอบว่า completely agree / disagree หรือ partly agree / disagree พร้อมทั้งให้เหตุผลสนับสนุนความคิดของผู้สอบนั่นเองและเมื่อถึงการเขียนในส่วนของ Conclusion ผู้สอบควรจะต้องตอบคำถามโดยอาจจะใช้ประโยคแสดงความเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ดังนี้

I completely agree / disagree = ฉันเห็นด้วย / ไม่เห็นด้วยอย่างมากกับเรื่องนี้

I totally agree / disagree = ฉันเห็นด้วย / ไม่เห็นด้วยทั้งหมดกับเรื่องนี้

I partially agree / disagree = ฉันเห็นด้วย / ไม่เห็นด้วยในบางส่วนกับเรื่องนี้

I mostly agree / disagree = ฉันเห็นด้วย / ไม่เห็นด้วยเป็นส่วนมากกับเรื่องนี้

โดยหากผู้สอบตอบว่า “completely” และ “totally” ผู้สอบควรจะต้องเขียนเหตุผลสนับสนุนของการเห็นด้วยหรือไม่เหนด้วยอย่างน้อย 2 เหตุผลในแต่ละ paragraph แต่หากผู้สอบตอบว่า “partially” และ “mostly” ผู้สอบควรจะต้องมีเหตุผลสนับสนุนทั้งในแง่ของที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย โดยเมื่อถือตอบสรุปผู้สอบถึงค่อยตัดสินใจว่าเหตุผลด้านใดมีน้ำหนักมากกว่ากัน โดยอาจจะแบ่งให้ paragraph ที่ 1 เป็นเหตุผลของการสนับสนุนการเห็นด้วย ในขณะที่ paragraph ที่ 2 จะเป็นเหตุผลของการไม่เห็นด้วยก็ได้  

ถึงตอนนี้เพื่อนๆที่ตามอ่านบทความนี้คงจะพอจะเข้าใจเทคนิคการตอบคำถามสำหรับ “To what extent…” กันไม่มากก็น้อยนะคะ ดังนั้น สำหรับเราจะมาย้อนกลับไปอธิบายถึงโจทย์ตัวอย่างข้างต้นกันค่ะ โจทย์ตัวอย่างนี้ต้องการให้ผู้สอบแสดงความคิดเห็นว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยอย่างไรกับข้อความเหล่านี้ โดยเรามีตัวอย่างเหตุผลสำหรับคำถามนี้ ดังนี้ค่ะ

Agree Disagree
ปัจจุบันเป็นยุคของทุนนิยม (capitalism) ดังนั้นผู้คนจึงให้ความสำคัญกับทรัพย์สินภายนอกมากกว่าด้านจิตใจ ถึงแม้ว่าปัจจุบันจะเป็นสังคมของทุนิยม แต่เรื่องของจิตใจ ศีลธรรม (moral), คุณธรรม (virtue) นั้นก็ยังมีความสำคัญอยู่อย่างมากเห็นได้จาก การ share ข้อความหรือเรื่องราวที่เป็นเรื่องที่น่ายกย่องจากการทำความดี ดังนั้นสังคมยังคงให้คุณค่าของคนจากความดีและจิตใจของคนอยู่เสมอ
ปัจจุบัน การพูดคุยกันน้อยลงเป็นผลทำให้การรู้จักกันอย่างลึกซึ้งถึงนิสัยใจคอจึงเป็นเรื่องยาก ดังนั้นการให้คุณค่าของคนจึงพิจารณาถึงคุณสมบัติภายนอกมากขึ้น การพัฒนาด้าน Technology และพัฒนาด้านจิตใจเกิดขึ้นไปพร้อมๆกัน พิสูจน์ได้จากประเทศที่พัฒนาแล้วผู้คนมักจะมีระเบียบวินัย ดังนั้น การให้คุณค่าของคนจากทรัพย์สินภายนอกก็คงไม่มากไปกว่าการให้คุณค่าของคนจากสิ่งที่อยู่ภายใน

จบไปแล้วสำหรับรูปแบบคำถามประเภท agree or disagree ค่ะ เป็นอย่างไรกันบ้างคะ บริติช เคานซิล หวังว่าน่าจะเป็นผู้โจทย์ต่อแฟนๆเราที่กำลังเตรียมสอบ IELTS กันอยู่นะคะ อย่างไรก็ตามหากใครกำลังเตรียมตัวสอบ IELTS อยู่และมีความคิดที่อยากจะเรียนพิเศษเสริมเพิ่มเติม เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการทำข้อสอบ พร้อมทั้งเพื่อเพิ่มคะแนน (Band) ในการสอบแล้วละก็ ที่บริติช เคานซิลมีคอร์ส IELTS สำหรับผู้ที่กำลังเตรียมตัวสอบค่ะ สนใจสอบถามหรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่

 

See also