5 เหตุผลสำคัญว่าทำไมคุณถึงพูดภาษาอังกฤษไม่ได้สักที!

เชื่อว่าหลายๆคนคงเรียนจะเริ่มเรียนภาษาอังกฤษกันมาไม่ต่ำกว่า 5 หรือ 10 ปีขึ้นไปก็ว่าได้ เพราะบางคนเริ่มเรียนตั้งแต่ชั้นอนุบาล เรียกได้ว่าเริ่ม A, B, C… กันเลยทีเดียว หรือบางท่านอาจจะเริ่มเรียนกันช่วงประถมปีที่ 5 ในสำหรับบางโรงเรียน และก็เรียนกันมาถึงขั้นมหาวิทยาลัยกันเลยทีเดียว ทว่ากันไปแล้วระยะเวลาที่ใช้เรียนกันขนาดนี้แล้วนั้น ก็น่าที่จะพูดและใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารกันได้ประมาณหนึ่งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แล้วอะไรหละที่ทำให้บางคนยังพูดภาษาอังกฤษไม่ได้สักที? อะไรเป็นปัญหาหลักที่ทำให้เราไม่สามารถที่จะพูดและสื่อสารภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่ว มั่นใจพร้อมใช้ในชีวิตประจำวัน หรือแม้กระทั่งทำงานได้?

วันนี้ บริติช เคานซิล มีบทวิเคราะห์ดีๆ และเนื้อหาดีๆ ที่จะช่วยให้คุณทยาน พร้อมก้าวข้ามผ่านอุปสรรคเรื่องการใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารไปได้อย่างง่ายดาย ด้วยบทวิเคราะห์ที่ให้คุณกลับไปสำรวจปัญหาของคุณง่ายๆ ว่าทำไมคุณถึงพูดภาษาอังกฤษไม่ได้สักที

 

1. เรียนเพื่อใช้สอบและใบปริญญา ไม่ใช่เพื่อการสื่อสาร

สำหรับข้อแรกนี้บอกได้เลยว่าเป็นรากแท้ซึ่งเป็นปัญหาต้นๆของนักเรียนไทยเลยก็ว่าได้ เนื่องจากว่านักเรียนส่วนใหญ่นั้นเรียนเพื่อใช้สอบ และระบบการเรียนการสอนนั้นเองก็เริ่มต้น และเน้นแกรมม่าเป็นหลัก ทำให้นักเรียนส่วนใหญ่นั้น เน้นการท่องแกรมม่าเพื่อเข้าไปสอบ ไม่ได้เรียนเพื่อการนำไปใช้สื่อสารเป็นหลักเลยทำให้จำแกรมม่า หรือหลักไวยยากรณ์เป็นหลัก แต่ในทางกลับกันทักษะการพูดหรือการสื่อสารนั้นเน้นฝึกการใช้เพื่อที่จะสื่อสารให้ผู้ฟังเข้าใจ นั่นเลยเป็นปัจจัยหลักที่ว่าทำไมทั้งที่เราแม่นแกรมม่าแต่ถึงว่าพูดภาษาอังกฤษไม่ได้สักที

2)  ไม่ชอบภาษาอังกฤษและไม่สนุกกับการเรียน

การเริ่มทำอะไรสักอย่างคงต้องมาจากความชอบหรือรักก่อนแล้วเราจะทำมันได้ดี ก็อย่างที่กล่าวไปในข้อแรกเมื่อเรียนเพื่อการสอบ แต่เมื่อต้องนำไปใช้จริงๆแล้วนั้นไม่สามารถนำไปใช้ในสถานการณ์จริงได้ ปัจจัยแรกอาจมาการระบบการเรียนการสอนที่ผิด ซึ่งเน้นแต่แกรมม่า ทำให้เมื่อถึงเวลาที่ต้องนำไปใช้จริงในการสื่อสารแล้วก็ไม่สามารถที่จะทำการสื่อสารได้ นั่นก็ส่งผลให้ไม่รู้สึกสนุกกับการเรียน ท้อและหมดแรงกระตุ้น และยิ่งเวลาผ่านไปนานเข้า ก็ทำให้รู้สึกเบื่อ เหนื่อยและไม่อยากเรียนเพราะรู้สึกว่ากดดันและไม่สนุก

3) คุณคิดว่าตัวคุณโง่ และไม่เก่ง

ในเมื่อสื่อสารไม่ได้ พูดก็ไม่คล่อง เรียนมาตั้งหลายปีแล้วทำไมถึงยังไม่พัฒนาสักที และยิ่งนานวันเข้าก็ยิ่งทำให้รู้สึกถึงความไม่สำเร็จ ไม่พร้อม ไม่สามารถใช้สื่อสารได้เมื่อถึงช่วงเวลาที่ต้องนำไปใช้จริง ทำให้ตัวคุณนั้นคิดว่าตัวเองโง่ และไม่เก่งภาษาอังกฤษ ดังนั้นถ้าหากใครที่คิดว่าตัวเองนั้นกำลังโง่ หรือไม่เก่งภาษาอังกฤษนั้น ขอแนะนำให้เลิกคิดถึงข้อนี้ไปแล้ว เริ่มใหม่จากการเรียนวิธีพูดและสื่อสารอย่างถูกต้องโดยอาจารย์และผู้เชียวชาญตัวจริง

4) ขาดวินัย และแรงจูงใจในการฝึกฝนภาษาอังกฤษอย่างแรง

แน่นอนว่าการที่เราจะพูดภาษาอังกฤษหรือภาษาอื่นๆ ได้อย่างคล่องแคล่วนั้น ย่อมเกิดขึ้นจากการฝึกฝน ไม่มีวิชาใด หรืออาชีพใดแล้วที่เรียนรู้ภายในครั้งเดียวแล้วจะทำให้คุณเป็นผู้เชียวชาย หรือที่เรียกกันว่า professional ขั้นเทพก็ว่าได้ ดังนั้นการฝึกฝนที่สม่ำเสมอ การที่เราซ้อม ย่อมทำให้คุณคุ้นชินกับการใช้งานได้อย่างดีขี้นและมั่นใจขี้น และเมื่อทำจนคุ้นชิน จนเป็นนิสัยแล้ว ย่อมทำให้คุณสามารถฝึกทักษะการสื่อสาร รวมถึงมีความมั่นใจในการใช้งาน และถึงขั้นใช้งานจริงได้ทุกสถานการณ์เลยก็ว่าได้

5) คุณไม่ได้ต้องการภาษาอังกฤษอย่างแท้จริง

หากคุณเคยเข้าคลาสเรียนภาษาอังกฤษแล้วคงเคยคุ้นชินกับคำว่า Really? หรือที่เราเข้าใจว่าแปลว่า จริงหรอ? หรือจริงหรือ งั้นคุณลองหลับตาสักห้าวินาทีจากนี้ แล้วลองนึกดูว่าจากสเกล 1 - 10 แล้วจากใจคุณจริงๆต้องการที่จะเรียนภาษาอังกฤษแล้วอยู่สเกลใดกันแน่ อ๊ะอ๊ะจริงหรอที่คุณให้ 10 คะแนนเต็ม งั้นถ้าให้คุณเลือกระหว่าง นั่งเล่น Facebook กับฝึกพูดภาษาอังกฤษในวันเสาร์ช่วงบ่ายโมงอันสุดแสนจะฟินนั้น คุณจะเลือกอะไร และถ้าหากลองมองย้อนกลับไปดูกิจกรรมที่คุณทำว่าในแต่ละวันตลอดหนึ่งสัปดาห์นั้นคุณได้ฝึกภาษาอังกฤษหลังคลาสแล้วเท่าไร คงจะเป็นตัวบอกคำตอบได้เป็นอย่างดีว่าคุณต้องการภาษาอังกฤษเท่าไร

หากมองดู 5 เหตุผลทั้งห้าข้อที่ว่าแล้วว่าทำไมคุณถึงไม่สามารถที่จะพูดภาษาอังกฤษได้สักทีแล้วนั้น คงสะท้อนปัญหาว่าทำไมเราถึงยังใช้ภาษาอังกฤษไม่ได้สักที ในบทความถัดไปเราจะมาคุยกันว่าแล้วเรียนภาษาอังกฤษเท่าไรถึงจะได้ผลดี? 

สมัครรับบทความและเทคนิคด้านภาษาอังกฤษดีๆ ง่ายๆ ได้ ที่นี่ 

See also